最後のタスク:App Jp Lingへの一言

และแล้วก็มาถึงTaskสุดท้าย ใจหายมากๆเลยอะ💧
ไม่ใช่แค่เราเรียนคอร์สนี้จบแต่ยังหมายถึงว่าเราเรียนจบแล้วด้วย

มานึกๆดูแล้วทุกช่วงชีวิตของเราผ่านไปเร็วมากๆ
ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้าอักษรมาได้ไม่นาน 
มารู้ตัวอีกที อ่าวเข้าเอกญี่ได้ อ่าวไปแลกเปลี่ยน อ่าวเรียนจบ ทุกอย่างมันไปไวมาก
 ความทรงจำ(รวมถึงความรู้)บางอย่างก็หล่นหายไปบ้างตามกาลเวลา
ปกติแล้วเราจะชอบถ่ายรูป📷ไว้เก็บความทรงจำเพราะเราเป็นคนขึ้ลืม
จนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วเราก็ได้เปิดเพจทำเหมือนไดอารี่ส่วนตัว
เก็บเรื่องราว ที่ที่เราไป คนที่เราเจอ อาหารที่เรากิน 
ทุกวันนี้เราก็ยังกลับไปดูแล้วยังรู้สึกว่าความทรงจำพวกนั้นชัดเจนมากแล้วก็คิดถึงมากๆด้วย
ดีใจที่ตอนนั้นตัดสินใจทำเพจเป็นเรื่องเป็นราวเก็บหลายๆอย่างไว้ในนั้น

บล็อกนี้ก็เหมือนกัน ในตอนแรกๆก็แค่ทำๆไปตาม task ที่อาจารย์ให้มา จนเริ่มอินเริ่มอยากอัพนู่นนี่ 
ใส่ใจลงไปในบล็อกมากขึ้น ไม่ใช่แค่เขียนส่งๆไป
จนวันนี้ทำครบทุก task แล้วย้อนกลับมาดูแล้วรู้สึกได้ว่าเราพยายามมากขึ้นขนาดไหน 
พัฒนาขึ้นขนาดไหน ถึงจะไม่ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดจนรู้สึกว่าตัวเองเก่งจัง 
แต่รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเองว่าใส่ใจและละเอียดอ่อนในการใช้ภาษามากขึ้น

วันนี้ก็เลยว่าจะมารีวิวการเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ได้จากแต่ละ task อย่างคร่าวๆค่ะ
  1. タスク1:自己紹介 แนะนำตัวใครว่าง่ายอ่ะ จริงๆแล้วใครก็พูดได้แต่การแนะนำตัวให้น่าสนใจจนผู้ฟังจำเราได้นี่อยากนะ ทริคง่ายๆเลยก็คือ หาstoryมาเล่าจ่ะ จำชื่อเราไม่ได้อย่างน้อยก็จำเรื่องราวเราได้ ละอย่าลืมใส่อารมณ์ขัน คนคารมดีใครๆก็อยากคุยด้วยเนอะ นอกจากนี้ การพูดคีย์เวิร์ดย้ำๆซ้ำๆ ก็จะทำให้เค้าจำสิ่งนี้ของเราได้แม่น                                                                        ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜ http://iamunniam.blogspot.com/2018/01/blog-post.html
  2. タスク2&3:手際のよい説明 taskนี้เปลี่ยนแปลงเรามาก ทำให้เราเป็นคนรู้จักใส่ใจผู้ฟังมากขึ้นมากๆ และอธิบายมาอย่างชัดเจนกระชับ รวมถึง表現ต่างๆที่คนญี่ปุ่นเค้าใช้                           ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜http://iamunniam.blogspot.com/2018/02/2.html
  3. タスク4:応用言語学 อันนี้เราได้ลองสรุปเรื่องที่สนใจเกี่ยวกับภาษาศาสตร์ประยุกต์ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่เลยเขียนง่ายๆ ตอนนี้ความรู้แน่นขึ้นมาอีก level นึงละได้เอาเทคนิคต่างๆที่เรียนไปใช้กับน้องที่สอนพิเศษด้วยนะ                                                                               ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜ http://iamunniam.blogspot.com/2018/02/blog-post_16.html
  4. タスク 5:การทำสไลด์ ถ้าสรุปแบบง่ายๆเลยคือ สไลด์แบบไหนที่เราอ่านง่ายก็แบบนั้นแหละที่ผู้ชมอยากเห็น เช่น แต่ละสไลด์มีใจความเดียว ไม่เต็มไปด้วยตัวอักษร ยกมาแต่คีย์เวิร์ดพอ และก็อย่าตกแต่งเว่อร์วังอลังการ เอาแบบ high fashion เรียบแต่แพง น้อยแต่มากไรงี้ เน้นความอ่านง่ายเป็นสำคัญ                                ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜ http://iamunniam.blogspot.com/2018/03/slide.html
  5. タスク 6:การนำเสนอ จริงๆแล้วสไตล์การนำเสนอของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันทั้งวิธีการพูดไรงี้ แต่สิ่งเบสิคที่ควรมีคือการรู้จักควบคุมเสียงสูงต่ำหนักเบา เน้นคำบ้าง เว้นวรรคบ้างให้ผู้ฟังได้คิดตาม และตัวช่วยอีกอย่างนึงคือ ท่าทางหรือgesture ที่เหมาะสมกับสิ่งที่กำลังพูด เพราะจะทำให้การนำเสนอนอกจากน่าฟังแล้วยังน่ามองอีกด้วย                                                                ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜  http://iamunniam.blogspot.com/2018/03/blog-post.html
  6. タスク 7:Story telling เป็น task ที่ได้เทคนิคเยอะมากๆ เช่น การใช้น้ำเสียงสื่ออารมณ์ การยืดเรื่องเข้าจุดพีค รูปประโยคที่คนญี่ปุ่นมักใช้                                                                                   ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜  http://iamunniam.blogspot.com/2018/03/story-telling.html
  7. タスク 8&9:あいづち ได้ลองดูตัวอย่างการใช้ あいづちที่ดีของพี่ดีเจผู้หญิง มีทั้งการตอบรับเออออ การพูดทวนสิ่งที่พูดไปก่อน พูดแสดงความเห็น และที่สำคัญคือต้องมีอารมณ์ร่วมกับบทสนทนานั้นๆ                                                                                                                                                       ใครอยากดูแบบละเอียดๆสามารถแวะไปที่ลิ้งได้เลย ➜ http://iamunniam.blogspot.com/2018/03/tbs.html

      สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอบพระคุณอาจารย์ที่คอยสั่งสอนสิ่งใหม่ๆที่เหมือนการเปิดโลกใหม่ๆให้หนูและกรุณาให้คำแนะนำมาดีๆมาโดยตลอดค่ะ หนุชอบสไตล์การสอนของอาจารย์มากๆค่ะ ที่ไม่บังคับหรือจำกัดนักเรียน และอาจารย์มักจะให้คำแนะนำดีๆและกำลังใจมาตลอด ทำให้หนูมีความกระตือรือร้นอยากที่จะทำ task แต่ละอัน จริงๆ เพราะหนูไม่ต้องกลัวผิด ไม่ต้องกลัวโดนว่าหรือหักคะแนน ทำให้มีความสุขและสนุกที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเพื่อน
     และที่ขาดไม่ได้คือ อยากขอบคุุณเพื่อนๆและพี่ๆทุกคน ที่คอยให้คำแนะนำ คอยปรับคอยแก้ให้หลายๆอย่าง ทุกคนเก่งและมีความพยายามมากๆ นอกจากจะมีเทคนิคหรือความรู้ดีๆให้เราลอกเลียนนแบบมาใช้แล้ว การเห็นทุกคนพยายามทำเต็มที่ก็ทำให้เรามีแรงฮึดที่จะพยายามมั่ง ขอบคุณที่เป็นพลังบวกให้เราตลอดมานะ😊

เราตั้งใจว่าเราจะไม่ปิดบล็อกนี้
 เพราะอยากจะเก็บความทรงจำว่านี่เป็นญี่ปุ่นตัวสุดท้ายที่เราเรียน
และเก็บพัฒนาการและเทคนิคต่างๆที่เราได้มาด้วย
ถ้าวันนึงที่เราท้อหยุดพัฒนาตัวเองกลับมาอ่านเราคงมีแรงฮึดอยากพัฒนาตัวเองต่ออีก
และถ้าเราขยันหรือมีเวลาก็คงได้มาอัพบล็อคนี้ต่อ
สุดท้ายขอลงรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อยค่าา (เบลอให้แล้วนะคะเผื่อใครไม่อยากเปิดเผยตัว)
ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะคะ รักกก💛



ความคิดเห็น

  1. โห นับถือเลยที่สรุปมาทุกタスク ดีใจที่ได้เรียนวิชานี้ด้วยกันนะ รู้สึกได้สนิทกันขึ้นเพราะวิชานี้เลย (คนน้อยด้วยแหละ555) ดูแล้วพวกเราก็พัฒนามากกว่าเก่าด้วย ดีใจที่กราฟตัวเองขยับขึ้นบ้าง555

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ดีใจเหมือนกันที่ได้สนิทกันมากขึ้น แอบเสียดายหน่อยๆที่กว่าจะมาสนิทกันก็ปีสี่เทอมสองแล้ว ขอบใจที่คอยตอบเราเวลาถามการบ้านละคอยมาเตือนเราตลอด หลังจากนี้มีอะไรก็มาคุยมาปรึกษาได้นะ💕

      ลบ
  2. จริงค่ะ มีบทสรุปแต่ละ task ที่กระชับมาก มีลิงค์ให้อีกต่างหาก(นึกถึงผู้อ่านจริงๆ) ดีใจที่ได้เรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ จำได้ว่าหนูลงเรียนวิชานี้ตั้งสองครั้ง(ก่อนไปแลกเปลี่ยนและกลับมาก็ยังมาลงแบบเต็มรูปแบบ แสดงว่ารักกันจริง) ขอบคุณมากๆเช่นกันค่ะ ความผิดเป็นสิ่งที่สอนให้เราเก่งขึ้น อย่างที่ว่า "ผิดเป็นครู" (เราเลยมาเป็นครูเพราะทำผิดเป็นประจำ555)

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น